หอศิลปวัฒนธรรม นั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพและสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้ง่าย สถานที่ท่องเที่ยวนี้มีผู้คนไปเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมากและยังมีนักเรียนนักศึกษาเดินทางไปศึกษางานศิลป์ที่นี้กันเยอะ

แล้วในวันนี้นั้นเราจะพาทุกท่านไปเจอกับข้อมูลต่างๆของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กัน ถ้าหากผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

หอศิลปวัฒนธรรม
สวยงามมาก

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

หอศิลปวัฒนธรรม นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและยังมีบรรยากาศดีๆด้วย

ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยว

ในช่วงปี พ.ศ.2538 ดร.พิชิตรัตตกุลผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เริ่มโครงการ ศูนย์ศิลปะ หลังจากตกลงกันว่าหอศิลปร่วมสมัยแห่งกรุงเทพมหานครควรอยู่ใกล้แยกปทุมวันจึงหยุดโครงการในช่วงของปี พ.ศ.2544 เมื่อนายสมัครสุนทรเวชเป็นผู้ว่าการคนใหม่ เขาต้องการพื้นที่ค้าปลีกเชิงพาณิชย์และนักลงทุนส่วนตัว

องค์กรทางวัฒนธรรมศิลปินนักศึกษาและสื่อมวลชนร่วมกันคัดค้านการระงับ ในช่วงปี พ.ศ.2547 อภิรักษ์โกษะโยธินดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอโครงการอีกครั้งและผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นพ้องกับโครงการเดิมว่าควรออกแบบศูนย์ศิลปะตามแผนเดิม

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2548 ได้มีการลงนาม ปฏิญญาความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครและองค์กรพันธมิตรด้านศิลปวัฒนธรรม ณ สวนเบญจสิริ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2551 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครได้เปิดทำการหลังจากเกิดความล่าช้าหลายครั้ง

กรุงเทพมหานครภายใต้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอภิรักษ์โกษะโยธินเริ่มโครงการ BACC ด้วยงบประมาณการก่อสร้าง 509 ล้านบาทในช่วงปี พ.ศ.2548 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม กทม. ยังคงให้การสนับสนุน BACC ด้วยการจัดสรรปีละ 40 ล้านบาท

หอศิลปวัฒนธรรม
บรรยากาศได้มาก

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

ยกเว้นในช่วงชองปี พ.ศ.2552 พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2560 เมื่อกทม. ไม่สามารถโอนเงินให้ ธปช. เงินสี่สิบล้านบาทนั้นขาดงบประมาณในการดำเนินงานของ BACC ซึ่งมีตั้งแต่ 75 ล้านบาทถึง 90 ล้านต่อปี การขาดแคลนได้รับการเลี้ยงดูจากผู้บริจาคและผู้สนับสนุนองค์กร

ในช่วงปี พ.ศ.2561 รายจ่ายต่อเนื่อง 40 ล้านบาทสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพลตำรวจเอกอัศวินขวัญเมือง ที่กล่าวว่า ในแต่ละปีเมืองนี้สนับสนุน BACC ด้วยเงิน 40 ล้านบาทหากเราสามารถจัดการเงินนี้ได้ด้วยตัวเองเราก็สามารถพัฒนาศูนย์ใน วิธีการที่เหมาะสม

เขาต้องการกล่าวต่อไปว่า เนื่องจากกทม ให้เงินสนับสนุนมูลนิธิปีละ 40 ล้านบาทจึงเป็นการดีกว่าที่เจ้าหน้าที่กทม. จะดำเนินการในใจกลางเมือง เราจะเช่าพื้นที่ชั้นล่างเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น ตัดความสูญเสียเราจะเปลี่ยนพื้นนิทรรศการให้เป็นศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ อัศวินได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยคสช.

การเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเข้าควบคุม BACC ด้วย นี้เป็นประวัติความเป็นมาของที่นี้บางช่วงก็เกือบจะไม่รอดนะ ข้อมูลแน่นๆกันเลยใช่มั้ยละ แล้วถ้าใครสนใจก็สามารถไปเยี่ยมชมได้นะครับ

บทความโดย ufa877