Maeklong Railway Market

Maeklong Railway Market ตลาดรถไฟแม่กลอง รถไฟวิ่งผ่านใจกลางตลาดรถไฟแม่กลองวันละ หกรอบ หกครั้งต่อวัน ผู้ขายและผู้ซื้อมีเวลาสามนาทีในการหลีกหนี เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นการเตือน และทุกคนต่างแย่งชิงเพื่อย้ายผลผลิตออกจากราง ม้วนกันสาด และกางร่มออกก่อนที่รถไฟจะมาถึง

ในความเป็นจริง ตลาดบางครั้งเรียกว่า “ตลาดร่มหุบ” ด้วยเหตุผลนี้เอง แต่ผู้ขายต้องทำมากกว่านั้นมาก พวกเขาต้องหยิบตะกร้าปลา ถั่ว และกล้วยแล้วเคลื่อนออกจากราง ในบางกรณีพวกเขาเพียงแค่ปล่อย พวกเขารู้ว่ารถไฟจะเคลียร์พวกเขา ขณะที่รถไฟวิ่งผ่านตรอกตลาดที่แคบมาก แต่ละข้างก็เหลือเพียงนิ้วเดียว

Maeklong Railway Market ตลาดรถไฟแม่กลอง รถไฟวิ่งผ่านใจกลางตลาดรถไฟแม่กลองวันละ หกรอบ หกครั้งต่อวัน ผู้ขายและผู้ซื้อมี

Khao Chang Phueak

Maeklong Railway Market ตลาดรถไฟแม่กลอง

สถานที่แห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๘ อยู่ใน สมุทรสงครามริมอ่าวไทย การทำประมง (และยังคงเป็นเช่นเดิม) อาชีพหลักอย่างหนึ่งของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ และตลาดก็เป็นช่องทางหนึ่งสำหรับพวกเขาในการขายสินค้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตัดสินใจสร้างทางรถไฟเพื่อกระจายสินค้าที่จับได้ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย รวมทั้งเมืองหลวงด้วย แต่ตลาดยังคงอยู่ แม้ว่าจะมีทางรถไฟตัดผ่าน

ตลาดรถไฟแม่กลองเรียกอีกอย่างว่าตลาดที่อันตรายที่สุดในโลก น่าเสียดายที่ผู้คนเสียชีวิตเป็นครั้งคราว แม้ว่ารถไฟจะเคลื่อนตัวช้ามากตลอดทุกครั้งที่ผ่านตลาด ปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากมาที่ตลาดเพื่อชมความแปลกใหม่ของการเห็นรถไฟวิ่งผ่าน

แทนที่จะไปดูสินค้าที่ขาย ตลาดขายอาหารสด ขนมไทย ดอกไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ เครื่องดื่ม ปลา และอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่นอกจากอาหารแล้ว การได้เห็นตลาดที่กว้างใหญ่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อรถไฟแล่นผ่าน เป็นการแวะที่คุ้มค่าเมื่อคุณอยู่ในพื้นที่ เพียงจำไว้ว่า เมื่อคุณได้ยินเสียงนกหวีด ให้ถอยออกมา และอาจเตรียมกล้องให้พร้อม

รู้ไว้ก่อนไป ตลาดตั้งอยู่ในเมืองสมุทรสงคราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งไหลไปตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กม. คุณสามารถเดินทางโดยรถไฟ รถตู้สาธารณะ (มินิบัส) หรือรถยนต์ กิจกรรมสนุก ๆ ที่น่าสนใจคือนั่งรถไฟแม่กลองผ่านตลาดแล้วลงจากรถสำรวจ

สนับสนุนโดย : ufabet1688

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *