วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ใกล้มากกับอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนั้นก็คือถนนข้าวสาร แต่ในวันนี้เราจะพาท่านไปเที่ยวกับวัดสระเกศกัน วัดสระเกศนี้นั้นยังมีอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือภูเขาทอง

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นจะมีคนเยอะมากในช่วงเทศกาลอย่างเช่นเข้าพรรษาหรือเ?ศกาลต่างๆ ผมว่าทุกท่านนั้นคงต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าท่านใดไม่รู้จักก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะในวันนี้นั้นเราได้เตรียมข้อมูลความเป็นมามาฝากทุกท่านกัน ถ้าหากผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยไว้ด้วยนะครับเอาหละมาฟังกันเลย

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
บรรยากาศยามเย็นวัดสระเกศ

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและน่าไปเที่ยวชมมาก

ประวัติภูเขาทอง

พระเจ้าหลานเธอในรัชกาลที่ 3 (จะอยู่ในช่วง พ.ศ. 2331-2481) ตัดสินใจสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ภายในวัดสระเกศ แต่เจดีย์ได้พังลงระหว่างการก่อสร้างเนื่องจากดินอ่อนของกรุงเทพมหานครไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าโครงสร้างโคลนและอิฐที่ถูกทิ้งร้างได้กลายมาเป็นเนินเขาตามธรรมชาติและมีวัชพืชขึ้นรก ชาวบ้านเรียกว่าภูข้าว หรือ ราวกับว่าเป็นลักษณะทางธรรมชาติ

สมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กบนเนินเขา สร้างเสร็จในช่วงต้นรัชสมัยของพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ในช่วงเวลา พ.ศ. 2396-2553) มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกามาไว้ในเจดีย์ มีการเพิ่มกำแพงคอนกรีตโดยรอบในช่วงทศวรรษที่ 1940 เพื่อหยุดการกัดเซาะเนินเขา วัดสระเกศที่ทันสมัยสร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยหินอ่อนคาร์รารา

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ภาพมุมสูงที่สามารถเห็นบรรยากาศรอบๆได้

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫

ประวัติของแร้งวัดสระเกศ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ในช่วงระหว่างรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5) วัดสระเกศมักใช้เป็นสถานที่เผาศพภายในกำแพงเมือง เนื่องจากตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองชาวสยามในสมัยนั้นจึงมีประเพณีที่จะไม่เผาศพคนตายภายในกำแพงเมืองเพราะเชื่อว่าจะก่อเหตุ ศพของคนตายจะถูกเคลื่อนย้ายจากประตูทางทิศตะวันตกที่เรียกว่า “ประตูผี”

ในช่วงปี พ.ศ. 2363 ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 2 (ช่วงเวลาพ.ศ. 2352-2444) อหิวาตกโรคแพร่ระบาดจากปีนังสู่กรุงเทพฯทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30000 คนในเมืองหลวง วัดสระเกศกลายเป็นสถานที่รับศพจำนวนมากที่ถูกเคลื่อนย้ายในชีวิตประจำวันพร้อมกับวัดสังเวชในบางลำพูและวัดเชิงเลนในสำเพ็ง

เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทางวัดจึงไม่สามารถเผาศพได้ทุกศพจึงทิ้งศพไว้บางส่วนในพื้นที่โล่งของวัดซึ่งมีนกแร้งเข้ามากัดกินศพเหล่านั้น โรคติดต่อแพร่ระบาดทุกฤดูแล้งในสยามจนถึงต้นรัชกาลที่ 5 วัดแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งอาหารหลักสำหรับแร้ง

รุนแรงที่สุดในปี พ.ศ. 2383 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อประชากร 1 ใน 10 คนในสยามและพื้นที่โดยรอบเสียชีวิตด้วยโรคร้าย การแพร่กระจายของโรคครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2424 ในเวลานั้นมีผู้เสียชีวิตมากถึงหลายร้อยคนในแต่ละวัน

บทความโดย แทงบอลออนไลน์

🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫 🛫